ข้อมูลท่องเที่ยว

     พม่า  มามนัสการ 5 พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ ชมมหาเจดีย์ชเวดากองอันศักด์สิทธ์ นมัสการพระสารีริกธาตุของพระโมคลานะและพระสารีบุตร ขอพรเทพทันใจให้สมตามความปราถณา เยือนเมืองหงสาวดี นมัสการพระธาตุมุเตา เที่ยววังบุเรงนอง ชมเมืองสิเรียมเมืองท่าเก่าแก่ริมแม่น้ำย่างกุ้ง ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ตลาดสก็อต 

พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง
     เป็นพระเจดีย์ทองคำบรรจุพระเกศาตูของพระพุทธเจ้า 8 เส้น องค์พระเจดีย์สูง 109 เมตร ถ้าเดินวนรอบพระเจดีย์มีระยะทางประมาณ 473 เมตร พระเจดย์จะรายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กๆอีก 100 กว่าองค์ ตั้งประดิษฐานบนเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง มีเรื่องเล่ากันว่า 2,500 ปีก่อนมีสองพี่น้อง 2 เป็นพ่อค้า ได้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และพระองค์ได้ประทานพระเกศามา จึงได้สร้างพระธาตุเพื่อบรรจุพระเกษา ต่อมาพระเจดีย์ได้ถูกทิ้งร้าง จนพระเจ้าพินยาอู ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระเจดีย์ใหม่สูง 18 เมตร และพระเจดีย์ได้ถูกซ่อมแซมเรื่อยมา จนปัจจุบันมามีความสูง 98 เมตร บนยอดสุดของพระเจดีย์ มีเพชรอยู่ 5,448 เม็ด ส่วนบนสุดมีเพชรเม็ดใหญ่อยู่ 72 กระรัต ทับทิม 2,317 เม็ด การเข้าเยี่ยมชมจะต้องถอดรองเท้า เดินรอบองค์พระธาตุให้เดินตามเข็มนาฬิกา เริ่มเดินตรงกับดวงวันเกิดของผู้เข้าสักการะ ซึ่งจะดูตาม 12 นักษัตร บริเวณรอบๆพระเจดีย์ก็ยังมีศาลเจ้าเล็กๆอยู่รายรอ

พระเจดีย์ซูเล     ตั้งอยู่ใจกลางกรุงย่างกุ้ง บริเวณแยกถนนเจดีย์ซูเลและ ถนนมหาบัณฑุละ เป็นเจดีย์ทองรูปโดม ทรงแปดเหลี่ยม สูง 48 เมตร เชื้อกันว่าเจดีย์องค์นี้เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าเช่นกัน  สมัยชาวอังกฤษปกครองพม่าได้ใช้ พระเจดีย์ซูเลเป็นศูนย์กลางในการวางผัง ทำถนน และสร้างสิ่งสาฐารณูปโภคต่างๆ เชื่อมเป็นผังเมือง

พระเจดีย์กาบาเอ    เป็นที่เจดีย์มีลักษณะทรงกลม มีความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 34 เมตร พระประทานหล่อด้วยเงินบริสุทธิ์น้ำหนักกว่า 500 กิโลกรัม ตั้งอยู่ที่ถนนกาบาเอ กาบาเอ แปลว่า โลกแห่งสันติสุข สร้างขึ้นในปี 1952 เจดีย์แห่งนีเป็นที่รำลึกถึงการประชุมประสภาสงฆ์ระดับโลก ครั้งที่ 6 ของพุทธศาสนา ซึ่งมีพระสงฆ์จากทั่วโลกเดินทางมาประชุมจำนวนมาก เพื่อเตรียมการทำสังคายนาพระไตรปิฎกในปีค.ศ.1954-1956 และอุทิศเจดีย์นี้เพื่อสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นแก่โลก

วัดเจ้าทัตยี      ตั้งอยู่ที่ถนนชเวกองเต็ง เมือตำเว ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ สูง 6 ชั้น สร้างขึ้นในปี 1966 แทนองค์เดิมที่เคยสร้างขึ้นในปี 1907 มีหลังคาเป็นโครงเหล็กยาว 65 เมตรคลุมทั้ง 6 ชั้น รอบๆ องค์พระจะมีพระอุโบสถให้พระสงฆ์จำวัดมากกว่า 600 องค์ ซึ่งพระเหล่านี้จะช่วยกันศึกษพระไตรปิฎก 

พระพุทธไสยาสน์เชาตาจี     เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ พระพุทธรูป มีลักษณะพิเศษโดยบริเวณพระบาทจะมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง ประกอบด้วย ลายลักษณธรรมจักร ข้างละองค์ บริเวณใจกลางฝ่าพระบาทล้อมด้วย รูปอัฏฐุตรสตกตมงคล 108 ประการ ใครได้มามนัสการจะถือว่าเป็นสิริมงคลสูงสุด

เจดีย์โบตาทาวน์     หรือเจดีย์นายทหาร 1000 นาย เป็นเจดีย์ที่ก่อสร้างเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่จะนำไปบรรจุในพระเจดีย์ชเวดากอง เมื่อพระเกศาธาตุได้ถูกอัญเชิญขึ้นจากเรือได้นำมาประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์แห่งนี้ก่อน  มีเรื่องเล่าว่า เมื่อ 2,500 ปีพระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์มอญมีบัญชาให้นายทหารตั้งแถวสักการะพระเกศาธาตุ ที่พ่อค้าสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบตะทาวน์ไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้น มาบรรจุไว้ ก่อนจะนำพระเกศาที่เหลือไปบรรจุในมหาเจดีย์ชเวดากอง ในบริเวณเจดีย์โบตาทาวน์ยังมี พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวา เป็นพุทธรูปปางมารวิชัยมีลักษณะงดงาม เคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์มาก่อน และยังมีพระเขี้ยวแก้วประดิษฐานอยู่ใกล้กับวิหารพระทองคำ ด้านซ้ายมื้อจะมีรูปปั้น นัตโบโบยี(เทพทันใจ) ผู้มาเยือนนิยมมากราบไหว้บูชา อธิษฐานขอสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ
     วิธีการสักการะรูปปั้นนัตโบโบยี(เทพทันใจ)
เพื่อขอสิ่งใดแล้วจะได้สมความปราถนา ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะ จากนั้นก็ให้เอาเงินสกุลไหนก็ได้ไปใส่มือของนัตโบโบยี 2 ใบ แล้วไหว้ขอพรตอนดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยี แล้วท่านจะสมตามความปราถนา
     วิธีการสักการะรูปปั้นนัตโบโบยี(เทพทันใจ)
เพื่อขอสิ่งใดแล้วจะได้สมความปราถนา ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะ จากนั้นก็ให้เอาเงินสกุลไหนก็ได้ไปใส่มือของนัตโบโบยี 2 ใบ แล้วไหว้ขอพรตอนดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยี แล้วท่านจะสมตามความปราถนา

สิเรียม     เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำหงสาและแม่น้ำย่างกุ้ง ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าสำคัญในการเดินเรือของชาวโปรตุเกส สมัยพระเจ้าบุเรงนอง และยังเป็นศูนย์การการค้าทางทะเล เมื่ออังกฤษยึดครองพม่าได้พัฒนาเมืองสิเรียมเป็นเมืองอุตสาหกรรม และแหล่งปลูกข้าวของประเทศ ประชากรส่วนใหญ่เป็นพม่าเชื้อสายอินเดีย เมืองสิเรียมเป็นเมืองเก่าแห่งหนึ่งที่ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานคู่กับพม่า

เจดีย์เยเลพญา ประดิษฐานอยู่กลางน้ำหรือเรียกอีกชื่อว่า เจดีย์กลางน้ำ เจดีย์แห่งนี้สร้างในสมัยมอญเรืองอำนาจ ประมาณ 1,000กว่าปี คหบดีชาวมอญเป็นผู้สร้าง  และได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าน้ำท่วมก็ขออย่าให้ท่วมองค์พระเจดีย์ มีผู้คนมากราบไหว้มากเท่าไหร่ ขอให้ไม่มีวันเต็มล้นพื้นที่ เจดีย์แห่งนี้สร้างบนเกาะมีสภาพเป็นเพียงเกาะเล็ก 

เจดีย์ไจ๊ปุ่น (พระสี่ทิศ)     เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ไปยัง 4 ทิศอายุกว่า 500 ปี  มีเรื่องเล่าว่า 4 สาวพี่น้อง ได้สร้างเพื่ออุทิศตนแด่พุทธศาสนา สร้างพระพุทธรูปเพื่อแทนตนเอง และสาบานไว้ว่าจะไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ใดๆเลยแต่น้องสาวคนสุดท้อง กลับพบรักกับชายหนุ่มและแต่งงานกัน จึงเกิดอาเพศฟ้าผ่าพระพุทธรูปที่แทนตัวของน้องสาวคนสุดท้องพังลงมา แต่ได้ทำการสร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้จะมีลักษณะแตกต่างจากองค์อื่นจะพระพักตร์เศร้าหมอง
พระพุทธรูปปางประทับนั่งทั้ง 4 ทิศ มีชื่อว่า

- ทางทิศเหนือสมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า
- ทางทิศใต้ พระ พุทธเจ้าโกนาคมโน
- ทางทิศตะวันออกพระพุทธเจ้ากกุสันโธ
- ในทิศตะวันตกพระ พุทธเจ้ามหากัสสปะ 

ตลาดโป๊ะโยค หรือ “สก๊อตมาร์เก็ต”     เป็นตลาดที่สามารถเลือกซื้อของฝากนานาชนิด มีทั้งเครื่องเงิน เครื่องเขิน ไม้แกะสลักพระพุทธรูปเทวรูปที่ทำด้วยไม้จันทน์ เครื่องแกะสลัก เครื่องลงรักปิดทอง ถ้วยชามกังไสจีนโบราณ โคมไฟแก้ว แจกันเจียระไนโบราณ นาฬิกาข้อมือเก่า ผ้าไหมลายสวยงาม ว่านหงสาวดีและว่านต่างๆ ภาพวาดสีน้ำมันรูปทิวทัศน์ของพม่า

พระราชวังบุเรงนอง     สร้างขึ้นเมื่อปี 2109 โดยพระเจ้าบุเรงนอง หรือผู้ชนะสิบทิศในวรรณคดีไทย ตั้งอยู่ที่เมืองหงสาวดี ทรงใช้เป็นพระราชวัง และออกว่าราชการ แต่ได้ถูกทิ้งร้างนานร่วม 3 ทศวรรต ในพ.ศ. 2533 รัฐบาลพม่าได้ทำการขุดค้น และบูรณะพระราชวังขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยใช้แบบดังเดิมในการบูรณะ ที่เห็นในปัจจุบันจะมีพระตำหนักที่ประทับสีทอง และท้องพระโรงที่ใช้ออกว่าราชการ มีราชรถจำลอง และบานประตูไม้สักบานใหญ่ของพระราชวังดั่งเดิมไว้ให้ชม พระราชวังบุเรงนองเป็นสีทองมองดูสดุจตาแก่ผู้มาเยือน  ส่วนที่เหลือยังคงทำการบูรณะต่อ และจะใช้เป็นสถานที่จัดแสดงประวัติเมืองหงสาวดีในอนาคต 

หงสาวดี หรือ เมืองพะโค     ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของพม่า อดีตเคยเป็นเมืองหลวงของพม่าปกครองโดยชาวมอญ ต่อมาพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ แห่งราชวงศ์ตองอูยึดครองได้หงสาวดีเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในสมัยพระเจ้าบุเรงนอง พระองค์ทรงสร้างพระราชวังที่สวยงาม และใหญ่โต มีทางเข้าออกถึง 10 ทางชื่อว่า กัมโพชธานี (พระราชวังบุเรงนองในปัจจุบัน) สมัยพระเจ้านันทบุเรงหงสาวดีถูกเผาทำลาย ทรงเสด็จหนีไปอยู่เมืองตองอู

พระธาตุชเวมอดอว์ หรือพระธาตุมุเตา     เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองมานานภายในบรรจุพระบรมสารีรีกธาตุของพระพุทธเจ้า ในสมัยพระเจ้าบุเรงนอง ถ้าจะออกทำศึกก็จะทรงสักการะขอพรจากพระธาตุนี้ทุกครั้ง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อครั้งเสด็จมาหงสาวดีก็ได้ทำการสักการะพระธาตุนี้ด้วย

เจดีย์ไจก์ทิโย  หรือ พระธาตุอินทร์แขวน     มีความเชื่อมาแต่ครั้งโบราณว่า พระอินทร์ได้เสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์เพื่อนำพระธาตุมาวางไว้ที่ยอดผา เพื่อให้ผู้คนได้มาเคารพสักการะ เจดีย์นี้ตั้งอยู่ในเมืองไจก์โท่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญ บนยอดเขา เหนือระดับ น้ำทะเล 3,615 ฟุต เจดีย์มีลักษณะแปลกแตกต่างจากเจดีย์อื่น เป็นก้อนหินที่ปิดทองไว้รอบๆ องค์เจดีย์ขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร ตั้งวางอยู่บนปลายหน้าผาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ (สุนัข)

 

• ร่วมแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น : พม่า

ผู้ใช้ทั่วไป
Add Photo +
 

ที่พักที่น่าสนใจ

ดูทั้งหมด